eBay Thailand ขายไปทั่วโลกบนอีเบย์

English
มาตรฐานใหม่สำหรับผู้ขาย เราจะเริ่มใช้มาตรฐานการประเมิน และเงื่อนไขใหม่ในการประเมินผู้ขายระดับ Top-rated เพื่อการบริการลูกค้าที่ดียิ่งขึ้น และเพิ่มกลุ่มลูกค้าประจำ

 การวัดผลการดำเนินงานใหม่เพื่อให้รางวัลผู้ขายที่ให้บริการดีเยี่ยม

มีผลต่อไซต์: US/UK/DE/และไซต์นานาชาติ

เราได้ทำการวิจัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ซื้อมาซื้อสินค้า และสิ่งที่ทำให้ผู้ซื้อไม่ต้องการซื้อสินค้าบนอีเบย์ โดยการตรวจสอบจากการซื้อขายนับล้านรายการ เราก็สามารถระบุปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า หรือเลิกซื้อสินค้าของผู้ซื้อเบย์

จากการศึกษาวิเคราะห์ดังกล่าว เราจึงได้ปรับปรุงวิธีการประเมินมาตรฐานของผู้ขายตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป การทำให้ได้ตามมาตรฐานนี้ จะทำให้ธุรกิจของคุณก้าวหน้าขึ้น เพราะสามารถแน่ใจได้ว่าคุณได้ให้บริการอย่างดีเยี่ยม เหมือนกับลูกค้าซื้อกับร้านค้าจริงๆ และจะทำให้พวกเขากลับมาเป็นลูกค้าประจำ มาตรฐานใหม่จะทำให้ธุรกิจของคุณปลอดภัยยิ่งขั้นโดยเพิ่มการคุ้มครองเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ซื้อคนใดคนหนึ่งก่อผลกระทบให้กับมาตรฐานของคุณ และเราจะยกเลิกช่วงผ่อนปรนสำหรับผู้ขาย Top-rated บนไซต์ UK และ DE ตั้งแต่เดือนกรกฏาคมเป็นต้นไป

เพื่อให้คุณสามารถวัดผลการดำเนินงานได้ง่ายขึ้น เราจึงได้ปรับปรุง Seller Dashboard ใหม่ ซึ่งจะข่วยให้คุณสามารถดำเนินงานได้อย่างบรรลุตามความคาดหวัง และมีสิทธิ์เป็นผู้ขายระดับ Top-rated ได้ง่ายขึ้น

 สิ่งที่คุณต้องดำเนินการ
  • เริ่มเลย:

    ทำความคุ้นเคยกับมาตาฐานใหม่ของผู้ขายและเริ่มปรับปรุงการขายเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานก่อนที่จะมีผลบังคับใช้

  • ตั้งแต่ 16 เมษายน:

    เริ่มใช้ Seller Dashboard ใหม่เพื่อดูว่าผลการดำเนินงานของคุณบนอีเบย์เป็นอย่างใดบ้าง เมื่อวัดตามมาตรฐานใหม่บนไซต์ US UK DE และนานาชาติ

  • ตั้งแต่ 20 สิงหาคม

    จะมีการประเมินรอบใหม่ ที่ใช้มาตรฐานที่มีการปรับปรุงใหม่ในวันที่ 20 สิงหาคม เราจะไม่เปลี่ยนแปลงขั้นตอนการประเมินย้อนหลัง ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงไม่ควรจะกระทบต่อการดำเนินงาน

    และเราจะยกเลิกการผ่อนปรนสำหรับผู้ขายที่เป็น Top-rated บนไซต์ UK และ DE ด้วย

 มาตรฐานใหม่สำหรับผู้ขาย

มาตรฐานใหม่สำหรับผู้ขายของเราถูกออกแบบมาให้ส่งผลดีต่อผู้ขายที่ให้บริการอย่างดีเยี่ยมและทำให้คุณสามารถมุ่งเน้นความสนใจไปที่ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อผู้ซื้อ

ประโยชน์ของการประเมินผลการดำเนินงานแบบใหม่:

1สะท้อนบริการของคุณและผลการดำเนินงานนส่วนที่เราประเมินได้ดียิ่งขึ้น

2ป้องกันไม่ให้ผู้ซื้อเพียงคนเดียว ก่อให้เกิดผลกระทบต่อมาตรฐานของคุณ ทำให้การทำธุรกิจยืดหยุ่นมากขึ้น

3เราจะอนุมานว่าหากผู้ซื้อไม่ได้ให้คะแนน feedback แสดงว่าการซื้อขายนั้นเป็นไปด้วยดี และจะนับเป็น Positive feedback ในการประเมินมาตรฐานของคุณ

4การวัดอย่างเดียว ที่เทียบรายการขายที่ไม่มีข้อบกพร่องของคุณ กับรายการขายที่มีข้อบกพร่อง ซึ่งเราจะเรียกว่า อัตราข้อบกพร่อง หรือ อัตรา defect rate ยิ่งมีรายการซื้อขาย (transaction) ที่ไม่มีข้อบกพร่องมากเท่าใด ก็จะยิ่งมีรายการที่มีข้อบกพร่องซึ่งจะถูกนับเข้าในการประเมินมาตรฐานผู้ขายของคุณน้อยลงเท่านั้น ในฐานะที่เป็นผู้ขายที่ส่งสินค้าไปยังต่างประเทศคุณยังคงต้องติดตามผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับประเทศที่ผู้ซื้อพำนักอยู่ด้วย

5รายการซื้อขายจะถูกนับมีผลกับคุณเพียงครั้งเดียวเท่านั้น จึงทำให้แยกรายการขายที่เป็นไปได้ด้วยดีและไม่ดีออกจากกันได้อย่างชัดเจน

6จำนวนต่ำสุดที่รายการซื้อขายที่บกพร่องจะสามารถส่งผลต่อบัญชีผู้ขายคุณได้ กรณีที่มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น

7Seller Dashboard ที่ปรับปรุงใหม่เพื่อให้คุณสามารถตรวจสอบและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของตนได้

เราไม่ได้เปลี่ยนอะไรในแง่มุมของผู้ซื้อ เราจะยังคงรวบรวมความเห็นและตรวจสอบกิจกรรมของผู้ซื้อบนอีเบย์ตั้งแต่ก่อนจนถึงหลังการซื้อขาย

การวัดผลการดำเนินงานแบบใหม่ (มีผลกับ US/UK/DE และเว็บไซต์นานาชาติ)

ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป การวัดผลการดำเนินงานแบบใหม่ ที่เรียกว่า “defect rate” หรือ “อัตราข้อบกพร่อง” ในการประเมินบัญชีผู้ขายแต่ละรอบเดือนของคุณ ซึ่งจะเป็นรายละเอียดที่เพิ่มเติมจากข้อกำหนดปัจจุบันว่าด้วยเคสที่ปิดลงโดยที่ผู้ขายไม่ได้แก้ปัญหา ซึ่งได้ถูกใช้ในการคำนวณมาตรฐานการดำเนินงานของผู้ขายทุกคนอยู่แล้ว

มาตรฐานของผู้ขาย
Top Rated Above Standard Top Rated Above Standard Top Rated Above Standard
อัตรา Defect rate* จากผู้ซื้อแต่ละคน ≤2% (<5) ≤5% (<8) ≤2% (<5) ≤5% (<8) ≤2.5% (<5) ≤5% (<8)
คะแนน 1 -3 ดาวในหมวด Item as Described
คะแนน 1 ดาว ในหมวด Ship Time
Feedback เป็น Negative หรือ Neutral
เคสที่ถูกเปิด
ยกเลิกการซื้อขาย
ปิด SNAD คืนสินค้า - -
เคสที่ปิดลงโดยที่ผู้ขายไม่ได้แก้*** ≤ 0.30%(≤2) ≤ 0.30%(≤2) ≤ 0.30%(≤2)
หมายเลข tracking ที่ถูกต้องซึ่งได้อัพโหลดภายในระยะเวลา handling time ที่ระบุไว้ ≥90% - - - - -
จำนวนการซื้อขาย 100 - 100 - 100 -
ยอดขายทั้งหมด $1,000 - £1,000 - €1,000 -
บรรจุหีบห่อ 0-1 วัน - - -
รับคืนใน 14 วัน ** - - 30-day -
รับคืนสินค้านานขึ้นในเทศกาล - - - -
มีตัวเลือก expedited shipping ** - - - -
ตัวเลือกส่งสินค้าฟรี - - - -

* จำนวนขั้นต่ำที่นับ จะไม่คิดเป็น % หากปัญหาในรายการซื้อขายนั้นต่ำกว่ายอดที่กำหนด

** นิยามที่แตกต่างกันของแต่ละเขต: 1) ช่วงที่คืนเงินได้ของเยอรมันคือ 1 เดือน 2) บริการส่งด่วน Expedited Shipping ของอังกฤษคือ 1 วัน และของเยอรมันคือ 2 วัน

หมายเหตุ: การซื้อขายที่เสร็จสมบูรณ์เท่านั้นจึงจะถูกนับมานับในการประเมิน ไม่นับรายการที่ถูกยกเลิก หรือมีเคสผู้ซื้อไม่ชำระเงิน เป็นต้น

** นี่ไม่ใช่หลักการประเมินใหม่ – ปกติผู้ขายจะได้รับการประเมินตามข้อกำหนดนี้อยู่แล้ว

รายการซื้อขายที่มีปัญหา จะถูกนับรวมเข้าในอัตรา defect ragte เพียงครั้งเดียวเท่านั้น แม้ว่าจะมีข้อบกพร่องหลายอย่างเกิดขึ้นกับการซื้อขายรายการนั้นก็ตาม

ตัวอย่างเช่น หากผู้ซื้อซื้อสินค้าที่คุณไม่มีในสต็อคแล้ว และเปิดเคสเนื่องจากไม่ได้รับสินค้า และให้ negative feedback กรณีนี้ก็จะถูกนับเป็น 1 รายการในการคำนวณอัตรา defect rate ไม่ใช่ 3 รายการ

Defect คืออะไร

‘Defect’ (มีข้อบกพร่อง) คือรายการซื้อขายที่สร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีให้กับผู้ซื้อสินค้า

เราเข้าใจดีว่า ไม่ใช่ว่าการซื้อขายทุกๆ ครั้งจะเป็นไปด้วยดี และนี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการทำธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การซื้อขายที่มีข้อบกพร่องเหล่านี้ เป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้ผู้ซื้อไม่คิดกลับมาซื้อสินค้าซ้ำ การประเมินแบบใหม่จะทำให้เราสามารถมอบประโยชน์ให้ผู้ขายที่ให้บริการอย่างดีเยี่ยม

หลักการวัดผลการดำเนินงานใหม่นี้ ยังทำให้เราสามารถระบุสาเหตุที่ทำให้ผู้ซื้อไม่มาซื้อสินค้าได้ดีขึ้นอีกด้วย

ข้อบกพร่อง

 ได้คะแนน 1-3 ดาวในหมวด item as described**

 ไม่ได้ระบุการคืนสินค้า*

 เคสเกี่ยวกับสินค้าไม่ตรงตามบรรยาย

 ได้คะแนน 1 ดาวในหมวด shipping time

 มีเคสสินค้าไม่ได้รับ

 มีคะแนน feedback เป็น negative

 มีคะแนน Feedback เป็นการ

 การซื้อขายที่ผู้ขายเป็นฝ่ายยกเลิกเนื่องจากสินค้าหมดหรือได้ขายให้ผู้อื่นไปแล้ว

* บนไซต์ที่มีโปรแกรม hassle free returns (นโยบายคุ้มครองผู้ซื้อ)

กรณีที่เป็นเคสสินค้าไม่ตรงตามคำบรรยายหรือไม่ได้รับ และอีเบย์ตัดสินให้ผู้ขายเป็นฝ่ายชนะๆ จะไม่ถูกนับรวมเข้ากับอัตราข้อบกพร่อง

***การศึกษาของเราพบว่า เมื่อผู้ซื้อให้ Negative Feedback หรือให้ 3 ดาวในหมวดสินค้าตรงตามคำบรรยาย แสดงว่าเขาไม่ได้รับความพึงพอใจ และไม่น่าจะกลับมาซื้อซ้ำอีก

ระยะเวลาการตรวจสอบย้อนหลังยังเหมือนเดิม

การประเมินผลงานของคุณจะมีขึ้นทุกๆวันที่ 20 ของเดือน โดยที่การวัดผลแบบใหม่นี้จะเริ่มมีผลใช้งานในเดือนสิงหาคม โดยคำนวณจากช่วงเวลาเดียวกับที่เป็นในขณะนี้ คือย้อนหลัง 3 เดือนหากผู้ขายมีรายการซื้อขาย 400 รายการขึ้นไป ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา สำหรับผู้ขายอื่นๆ จะคำนวณจาก 12 เดือนย้อนหลัง

การป้องกันผู้ขายจากผู้ซื้อที่มีพฤติกรรมกลั่นแกล้ง

เรามีมาตรการดังต่อไปนี้

 ถ้าเป็นผู้ขายระดับ Top-rated ข้อบกพร่อง (defect) ของคุณจะต้องมาจากผู้ซื้ออย่างน้อย 5 คนไม่ซ้ำกัน และสำหรับผู้ขายระดับ above standard ข้อบกพร่องนั้นจะต้องมาจากผู้ซื้อ 8 คนที่ไม่ซ้ำกัน จึงนับว่าในการคำนวนข้อบกพร่อง

 ผู้ซื้อไม่สามารถเปิดเคสว่าไม่ได้รับสินค้าจนกว่าจะผ่านวันที่ประเมินไว้ว่าสินค้าควรจะถึง (estimated delivery date) (เฉพาะ UK/DE)*

 เราได้อัพเดทนโยบายคุ้มครองผู้ขาย ตั้งแต่เดือนกรกภาคมเป็นต้นไป คะแนน feedback ที่เป็น Negative หรือ Neutral ที่ได้ถูกลบออกไปตามนโยบายการลบ Feedback จะไม่ถูกนับเข้าในอัตรา Defect rate

 เคสที่อีเบย์พิจารณาว่าผู้ขายเป็นฝ่ายถูกจะไม่นับ

 การซื้อขายทุกรายการจะสามารถถูกนับเข้าในการคำนวณอัตรา defect rate เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะมีข้อบกพร่องเกิดขึ้นกับรายการซื้อขายนั้นกี่ข้อก็ตาม

การคุ้มครองนี้จะทำให้การขายสินค้าปลอดภัยและส่งผลดีต่อธุรกิจของคุณ หากมีผู้ซื้อที่มีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์เข้ามารบกวน และเราจะเลิกใช้ช่วงผ่อนปรนสำหรับผู้ขายระดับ Top-rated ในเว็บไซต์อังกฤษและเยอรมันตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป

* หากไม่มีการระบุวันที่สินค้าจะส่งไปถึงโดยประมาณ ระบบจะใส่วันที่สินค้าจะส่งถึงโดยประมาณเป็น 7 วัน (หากเป็นการส่งในสหรัฐ) และ 30 วัน สำหรับการซื้อขายที่เป็นต่างประเทศ

ระยะเวลาการขยายช่วงรับคืนสินค้า ซึ่งจะมีผลในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม (สำหรับไซต์อังกฤษและสหรัฐ เท่านั้น)

สำหรับการซื้อขายที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม คุณจะต้องเสนอช่วงรับคืนสินค้าที่ยาวนานขึ้นสำหรับช่วงเทศกาล เพื่อให้ยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ของผู้ขายระดับ Top-rated ซึ่งรวมถึงการยอมรับการคืนสินค้าจนถึงวันที่ 31 มกราคม คุณจะสามารถอัพเดทรายการขายเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดนี้ได้ตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป ซึ่งเราจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับคุณอีกครั้ง

Seller Dashboard ใหม่

เราได้ปรับปรุงรูปโฉมของ Seller Dashboard ใหม่ของคุณ ทำให้เข้าดูข้อมูลและทำความเข้าใจได้ง่ายกว่าเคย เพื่อให้สามารถปรับปรุงผลการดำเนินงานได้ และตั้งแต่วันที่ 16 เมษายนเป็นต้นไป คุณจะสามารถดูพรีวิวว่าผลการดำเนินงานของคุณเป็นอย่างไร เมื่อเทียบกับมาตรฐานผู้ขายแบบใหม่ได้จาก Seller Dashboard

คุณสามารถเข้าใช้งาน Seller Dashboard ได้จากหน้า My eBay โดยเลือกที่แท็บ Account

 คำถามที่มักพบบ่อย
 ยังต้องมีข้อจำกัดเรื่อง positive feedback หรือไม่
ไม่ต้อง เรายังคงเก็บคะแนน feedback ของคุณและแสดงอยู่ในหน้า View Item แต่เราจะไม่จำกัดว่าคุณจะต้องมีคะแนน feedback ไม่ต่ำกว่า 98% เพื่อที่จะเป็นผู้ขายระดับ Top-rated
เนื่องจากเราจะประเมินผลการดำเนินงานของคุณโดยพิจารณาจากปัจจัยอื่นๆ เราจึงอนุมานว่า หากคุณไม่ได้รับการติดต่อจากผู้ซื้อ แสดงว่าการซื้อขายนั้นเป็นไปได้ด้วยดี
 ทำไมถึงไม่มีบัญชีระดับ “Standard” อีกต่อไป
เราได้ปรับปรุงกระบวนการประเมินผลการดำเนินงานของผู้ขายใหม่ และคิดว่า Standard หรือ “มาตรฐาน” ควรถูกใช้เป็นบรรทัดฐาน และผู้ขายจะมีสถานะที่สูงกว่า หรือต่ำกว่า มาตรฐานนั้น
 เมื่อใดที่อัตราข้อบกพร่อง (defect rate) ที่กำหนดขึ้นใหม่นี้จะมีผล
อีเบย์จะเริ่มใช้อัตราข้อบกพร่อง (defect rate) ในการประเมินตั้งแต่รอบการประเมินของวันที่ 20 สิงหาคม 2014 เป็นต้นไป
 อัตรา defect rate ถูกคำนวณอย่างไร
อัตรา defect rate หรืออัตราข้อบกพร่อง คือเปอร์เซ็นต์ของรายการซื้อขายระหว่างคุณกับผู้ซื้อในสหรัฐโดยที่มีข้อบกพร่องอย่างน้อย 1 อย่างตามระบุไว้ข่างล่าง ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้ซื้อไม่ซ้ำสินค้าบนอีเบย์

 คะแนน 1 – 3 ดาว ในหมวด item as described

 คะแนน 1 ดาว ในหมวด Ship time

 ให้ feedback เป็น Negative หรือ Neutral

 มีการส่งสินค้าคืนเนื่องจากสินค้าไม่ตรงตามที่บรรยายไว้

 มีเคสที่ถูกเปิดในโปรแกรม eBay Money Back Guarantee หรือ PayPal Purchase Protection จากกรณีผู้ซื้อไม่ได้รับสินค้าหรือสินค้าไม่ตรงตามคำบรรยาย

 ผู้ขายขอยกเลิกการซื้อขาย


โปรดทราบว่าคะแนน detailed seller ratings ในหมวด shipping cost และ communication จะไม่ถูกนับในการคำนวณหาอัตรา defect rate ของคุณ
 ทำไมอีเบย์ยังเก็บคะแนนในหมวด Cost/Postage & Packaging แต่ไม่เอามาคำนวณในอัตรา defect rate
การประเมินผลการดำเนินงานของผู้ขายแบบใหม่ของเรา เกิดขึ้นโดยอ้างอิงจากการวิจัยปัจจัยที่สำคัญต่อผู้ซื้อที่สุด แม้คะแนนเหล่านี้ ยังคงมีประโยชน่ต่อคุณในเชิงธุรกิจ แต่ส่งผลต่อผู้ซื้อน้อยกว่าปัจจัยอื่นที่เราเลือกมาใช้ในการประเมิน
เรายังคงเก็บคะแนน feedback และแสดงในหน้าฟอร์ม feedback ของคุณเพื่อให้คุณสามารถตรวจสอบได้ว่าเมื่อไรต้องปรับปรุงบริการ
 การถูกเปิดเคสไม่เคยมีผลต่อมาตรฐานผู้ขายของฉัน ทำไมตอนนี้อีเบย์จึงเปลี่ยนการประเมิน
การศึกษาของเราแสดงให้เห็นว่า เพียงแค่ผู้ซื้อเปิดเคส ก็เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้ซื้อไม่ต้องการซื้อสินค้าอีกและลดการซื้อลง ดังนั้น เราจึงตัดสินใจเพิ่มการคำนวณเคสที่ผู้ซื้อเปิดเข้าไปในการประเมินความพึงพอใจของผู้ซื้อ โปรดทราบว่าเรายังนับเคสที่เกิดขึ้นบนไซต์นานาชาติเนื่องจากเราทราบว่าผู้ซื้อมักจะเลิกใช้อีกเบย์เมื่อมีการเปิดเคสเกิดขึ้น
 เคสที่ผู้ซื้อไม่ชำระเงิน (unpaid item) และการยกเลิกการซื้อขายถูกคิดในการคำนวณอัตรา defect rate หรือไม่
เคสที่ผู้ซื้อไม่ชำระเงินจะไม่นับรวมในจำนวนรายการซื้อขาย (transaction) ในการคำนวณหาอัตรา defect rate การซื้อขายที่ถูกยกเลิกจะถูกรับเมื่อมีข้อบกพร่องเกิดขึ้นกับการซื้อขายนั้นเท่านั้น
 จะเป็นอย่างไรหากการซื้อขายนั้นๆของฉัน มีข้อบกพร่องมากกว่า 1 ข้อ
การซื้อขายที่มีข้อบกพร่อง จะถูกนับเป็น 1 รายการในการคำนวณหา defect rate ไม่ว่าจะมีข้อบกพร่องกี่ข้อก็ตาม ตัวอย่างเช่น หากผู้ซื้อให้ 2 ดาวในหมวด item as described และ 1 ดาวในหมวด ship time ก็จะนับเข้าในการคำนวณหาอัตรา defect rate เพียง 1 รายการ
 ในการคำนวณหาอัตรา defect rate นั้น ทุกข้อบกพร่องมีน้ำหนักเท่ากันหรือไม่
ใช่ ในการคำนวณหาอัตรา defect rate ข้อบกพร่องทุกข้อถือว่ามีน้ำหนักเท่านั้น และแต่ละรายการซื้อขาย (transaction) ก็จะถูกนำมาคำนวณหาอัตรา defect rate เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะมีข้อบกพร่องกี่ข้อในรายการซื้อขายนั้น
 จะเป็นอย่างไรหากอีเบย์ลบคะแนน feedback ที่ฉันได้รับจากผู้ซื้อ คะแนนนั้นจะยังคงนับในการคำนวณหาอัตรา defect rate หรือไม่
คะแนน feedback ที่อีเบย์ลบออกไป จะไม่ถูกนำมาคำนวณใน defect rate
 หากต้องการเป็นผู้ขายระดับ eBay Top-rated seller ฉันยังคงต้องผ่านข้อกำหนดในการเป็น Power Seller หรือไม่
เราได้ยกเลิกข้อกำหนดให้ผู้ขายที่เป็น Top-rated ต้องเป็น PowerSeller ด้วย ในไซต์ เยอรมัน อังกฤษ และสหรัฐ อย่างไรก็ตาม การจะเป็นผู้ขายระดับ Top-rated ในไซต์ประเทศอื่น คุณยังคงต้องเข้าร่วมในโปรแกรม PowerSeller เช่นเคย
 ฉันมีรายการซื้อขาย (transaction) น้อยกว่า 400 รายการในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งหมายถึงอีเบย์จะคำนวณย้อนหลัง 12 เดือน จะเป็นอย่างไรถ้าหากผลการดำเนินงานของฉันในช่วงดังกล่าวไม่เป็นไปตามมาตรฐานของผู้ขาย
หากผลการดำเนินงานของคุณในช่วงพิจารณาย้อนหลังไม่เป็นไปตามมาตรฐานผู้ขายแบบใหม่ บัญชีผู้ขายของคุณจะได้รับผลกระทบ ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายนเป็นต้นไป Seller Dashboard จะแสดงให้เห็นผลการดำเนินงานของคุณเทียบกับมาตรฐานใหม่นี้อย่างชัดเจน ดังนั้นคุณจะยังคงมีเวลา 2-3 เดือนในการปรับปรุงส่วนทีมีปัญหา
การวัดผลการดำเนินงานของเรา สะท้อนความคาดหวังของผู้ซื้อ และให้รางวัลแก่ผู้ขายที่ให้บริการอย่างดีเยี่ยมมาโดยตลอด หากคุณมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริการแก่ผู้ซื้อ และลดการการเกิดความไม่พึงพอใจของผู้ซื้อ คุณก็ทำได้ตามมาตรฐานใหม่ของเราแล้ว
 ความสำคัญของข้อบกพร่องในการซื้อขาย
การที่มีข้อบกพร่องเกิดขึ้นในการซื้อขาย หมายความว่ารายการนั้นทั้งรายการมีข้อบกพร่อง แม้ว่าคุณจะทำได้ตามความคาดหวังในด้านอื่นๆ เช่นเดียวกัน ในขณะเดียวกัน หากคุณทำได้ตามที่ผู้ซื้อคาดหวังทั้งหมด รายการซื้อขายนั้น จะปราศจากข้อบกพร่อง หากคุณไมได้รับการติดต่อจากผู้ซื้อ เราก็จะอนุมานว่าการซื้อขายนั้นๆ เป็นไปได้ด้วยดี
 อัตรา defect rate ของฉันจะถูกคำนวณจากจำนวนรายการซื้อขายทั้งหมดของฉันหรือไม่
US/UK/DE seller standard will base on total txn with their country buyer.
AU/global seller standard will base on total with all global buyers, including US/UK/DE buyers.
หากคุณเป็นผู้ขายระดับ Top-rated คุณจะยังคงรักษาสถานะนั้นไว้ได้ตราบใดที่การซื้อขายที่มีข้อบกพร่องนั้น มาจากผู้ซื้อน้อยกว่า 5 คน (นับ unique buyer )หากรายการที่บกพร่องนั้น มาจากผู้ขายเกิน 5 คน อัตรา defect rate จะต้องไม่เกิน 2% ขายจำนวนรายการซื้อขาย (transaction)ทั้งหมด และสำหรับบนไซต์เยอรมัน จะไม่สามารถเกิน 2.5 %
สำหรับผู้ขายที่ไม่ได้อยู่ในระดับ Top-rated คุณจะยังคงอยู่ในสถานะ Above Standard ได้หากรายการซื้อขายที่มีข้อบกพร่องนั้น มาจากผู้ขายไม่ถึง 8 คน หากมีรายการที่บกพร่องมากกว่า 8 อัตรา defect rate ต้องไม่เกิน 5% ของรายการซื้อขายทั้งหมด
 ช่วงเวลาย้อนหลังในการประเมินของฉันคือช่วงใด
เราไม่ได้เปลี่ยนแปลงระยะเวลาย้อนหลังที่ใช้ประเมินผลการดำเนินงานของผู้ขาย หากคุณมีรายการซื้อขาย (transaction) เกิน 400 รายการในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ช่วงเวลาดังกล่าว คือช่วงที่เราใช้ประเมินผลการดำเนินงนของคุณ ตัวอย่างเช่น หากวันที่ 20 สิงหาคม คุณมีรายการซื้อขาย 405 รายการ ตั้งแต่วันที่ 20 เมาษายน เราจะประเมินจากช่วง 3 เดือนดังกล่าว
 ผู้ขายยกเลิกรายการซื้อขาย คืออะไร
การที่ผู้ขายยกเลิกรายการซื้อขาย หมายถึง

 รายการซื้อขายที่ถูกยกเลิกผ่านอีเบย์ หรือได้คืนเงินผ่าน PayPal เนื่องจากผู้ขายไม่มีของเหลืออยู่แล้ว หรือ

  รายการซื้อขายที่ผู้ขายเลือกที่จะไม่ส่งสินค้าหลังจากที่ขายออกไปได้

 ผู้ซื้อเป็นผู้ขอให้ยกเลิกการซื้อขายนั้น จะถือเป็นข้อบกพร่องในรายการซื้อขายของฉันหรือไม่
เราจะนับเฉพาะรายการซื้อขายที่ถูกยกเลิกเรื่องจากผู้ขายไม่มีสินค้าหรือขายให้ผู้อื่นไปแล้ว หากผู้ซื้อเป็นผู้เปิดเรื่องขอยกเลิก ตัวอย่างเช่น ผู้ซื้อเปลี่ยนใจ กรณีนี้เราจะไม่นับเป็นข้อบกพร่องของรายการซื้อขายและไม่ถูกนำมาคำนวณหาอัตรา defect rate การเลือกหัวข้อที่ตรงตามความจริงเมื่อยกเลิกการซื้อขายถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะทำให้เราทราบเหตุผลที่แท้จริงของปัญหา
 รายการซื้อขายของฉันถูกยกเลิกไปเนื่องจากผู้ซื้อไม่ชำระเงิน กรณีนี้ถือว่าเป็นข้อบกพร่องของรายการขายหรือไม่
ไม่ หากผู้ซื้อไม่ชำระเงินค่าสินค้า และรายการสินค้านั้นถูกยกเลิกไป จะไม่นับรวมเป็นข้อบกพร่องของผู้ขาย
 อีเบย์จะใช้ระยะเวลาเท่าใด ในการนับเคสที่ถูกเปิดและรายการขายที่ถูกยกเลิกของฉัน เพื่อคำนวณหาอัตรา defect rate
เราจะนับรายการซื้อขาย (transaction) ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาการประเมิน โดยดูจากวันที่เกิดการซื้อขายนั้นขึ้น ไม่ใช่วันที่เปิดเคส เราจะประเมินข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นกับรายการซื้อขายเหล่านี้ จนถึงวันก่อนทึ่คุณจะถูกประเมินในรอบเดือนนั้น

 


ตัวอย่างเช่น หากรอบการประเมินวันที่ 20 สิงหาคม และบัญชีผู้ขายของคุณถูกประเมินในรอบ 3 เดือน หมายความว่าเราจะพิจารณารายการซื้อขายที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 กรกฏาคม หากในวันที่ 5 พฤษภาคม ผู้ซื้อเปิดเคสร้องเรียนการซื้อขายที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 เมษายน เคสนี้จะไม่ถูกนับรวมในการประเมินรอบของวันที่ 20 สิงหาคม
หากคุณมีรายการซื้อขายน้อยกว่า 400 รายการ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เราจะประเมิยย้อนหลัง 1 ปี ตัวอย่างเช่น หากวันที่ 20 สิงหาคม 2014 คุณมี 395 รายการขาย (transaction)ช่วงเวลาที่เราจะนำมาประเมินคือตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2013 ถึง 20 สิงหาคม 2014
 กรณีใดที่ถูกนับเป็นเคสที่ถูกเปิด
สำหรับการประเมินมาตรฐานของผู้ขาย เคสที่ถูกเปิด (open case) หมายถึงเคสใดก็ตามที่ถูกเปิดขึ้นตามนโยบายคุ้มครองผู้ซื้อ eBay Money Back Guarantee หรือนโยบาย PayPal Purchase Protection ของ PayPal ในกรณีผู้ซื้อไม่ได้รับสินค้าหรือสินค้าไม่เป็นตามคำบรรยาย เคสจะต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ และตรวจสอบว่าเกิดจากกรณีผู้ซื้อไม่ประสงค์ดีหรือเป็นการหลอกลวงหรือไม่ สำหรับไซต์อังกฤษ ผู้ซื้อจะไม่สามารถเปิดเคสได้จนกว่าจะผ่านระยะเวลาที่คาดว่าสินค้าจะส่งถึงผู้รับไปแล้ว
 กรณีใดที่เคสนั้นจะถูกนับเนื่องจาก “ปิดลงโดยที่ผู้ขายไม่ได้แก้ไข”
เคสจะถูกนับว่าเป็นเคสที่ปิดลงโดยที่ผู้ขายไม่ได้แก้ไข เมื่อผู้ซื้อเปิดเคสและ:

 1. คุณไม่สามารถแก้ไขได้

 2. ผู้ซื้อติดต่ออีเบย์หรือ PayPal เพื่อให้ตรวจสอบ และ

 3. eBay หรือ PayPal พบว่าปัญหานั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ขาย


คุณสามารถมีเคสในกรณีนี้ได้ 2 เคส หรือไม่เกิน 0.3% ของรายการซื้อขาย (transaction) ทั้งหมด ซึ่งนี่เป็นหลักการเดียวกับมาตรฐานที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
 ฉันจะดูระยะเวลาที่สินค้าจะถูกส่งถึงผู้ซื้อที่อีเบย์คาดการณ์ให้ผู้ซื้อได้ที่ไหน
อีเบย์จะแสดงระยะเวลาโดยประมาณที่สินค้าจะส่งถึงผู้รับในหน้าสินค้าที่ถูกขายไป (Sold Item Page) ในแต่ละรายการสินค้า หากไม่มีการระบุวันโดยประมาณที่สินค้าจะถูกส่งถึงผู้รับ ระบบจะแสดงระยะเวลาโดยประมาณเป็น 7 วันสำหรับการส่งในประเทศและ 30 วันสำหรับการซื้อขายไปยังต่างประเทศ
 หากผู้ซื้อแก้ไขคะแนน Negative feedback ที่เคยให้ไว้ ยังถูกนับเป็นข้อบกพร่องหรือไม่
นับ จากการศึกษาของเราพบว่า แม้จะเป็นกรณีที่ผู้ขายได้แก้ไขแล้ว ผู้ซื้อยังคงมีประสบการณ์ที่ไม่ดีในการซือสินค้าบนอีเบย์และผู้ซื้อที่พบเหตุการณ์แบบนี้ จะมาซื้อสินค้าในอีเบย์น้อยลง
หากคุณคิดว่าผู้ซื้อให้ negative feedback ผิดพลาด คุณสามารถแจ้งรายงาน (report)ผู้ซื้อเพื่อให้เราตรวจสอบกรณีดังกล่าว ตั้งแต่เดือนกรกฏาคมเป็นต้นไป บนไซต์อังกฤษและเยอรมัน คะแนน negative หรือ neutral feedback ที่ถูกลบออกไปตามนโยบายการลบคะแนน feedback จะไม่ถูกรับเป็นข้อบกพร่อง
 การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานผู้ขายบนไซต์อเมริกามีอะไรบ้าง
ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคมเป็นต้นไป การประเมินผู้ขายบนไซต์อเมริกาจะเปลี่ยนแปลงดังนี้

 1. การประเมินแบบใหม่ – อัตราข้อบกพร่องของรายการซื้อขาย (transaction defect rate) จะถูกนำมาใช้ในการประเมินผลการดำเนินงานของผู้ขาย ข้อบกพร่องที่นำมาประเมินเลือกจากประเด็นที่สำคัญมากที่สุดสำหรับผู้ซื้อ อัตรา defect rate ของรายการซื้อขายจะถูกนำมาใช้แทนการประเมินด้วยคะแนน detailed seller ratings (ระดับ 1 และ 2 ดาว) ที่เข้มงวดกว่า และขณะนี้ประเมินจากหมวด เวลาในการส่ง ค่าส่ง การสื่อสารและความถูกต้องของคำบรรยายสินค้า ผู้ขายจะต้องรักษาอัตรา defect rate ไม่ให้เกิน 5% เพื่อให้ทำผลงานได้ตามมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับผู้ขาย และไม่เกิน 2% เพื่อจะเป็นผู้ขายระดับ Top-rated

 2. ข้อกำหนดของการเป็นผู้ขายระดับ Top-rated และสิทธิประโยชน์สำหรับรายการขายที่เป็น Top Rated Plus จะถูกอัพเดทเพื่อแสดงความคาดหวังของผู้ซื้อสินค้าในแบบออนไลน์และให้รางวัลผู้ขายที่ดำเนินการได้ตามผลการคาดหวัง

 อัตรา defect rate ของฉันจะถูกประเมินจากช่วงใด
หากผู้ขายมีรายการซื้อขาย (transaction) ตั้งแต่ 400 รายการขึ้นไปในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา คุณจะถูกประเมินในช่วง เดือนนั้น เช่น รอบการประเมินวันที่ 20 จะประเมินรายการซื้อขายตั้งแต่วันที่ 1พฤษภาคม – 31 กรกฏาคม 2014
สำหรับผู้ขายที่มีรายการซื้อขายน้อยกว่า 400 รายการในช่วง 3 เดือนล่าสุด อัตรา defect rate จะถูกประเมินจากรายการซื้อขายที่เกิดขึ้นในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ดังนั้น รอบการประเมินวันที่ 20 สิงหาคม จะดูจากรายการขายที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2013 -31 กรกฏาคม 2014
 บนไซต์อเมริกา มาตรฐานผลการดำเนินงานขั้นต่ำของผู้ขายจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง
ตั้งแต่การประเมินในรอบวันที่ 20 สิงหาคม 2014 เป็นต้นไป ผู้ขายจะต้องมีผลงานดังต่อไปนี้เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำของผู้ขายบนอีเบย์

 คุณจะต้องมีอัตรา defect rate ของการซื้อขายกับผู้ซื้อในสหรัฐไม่เกิน 5% ในการประเมินรอบล่าสุด ซึ่งจะนำมาใช้ประเมินแทนหลักการปัจจุบันทีระบุให้มีคะแนนระดับ 1-2 ดาวในหมวดใดๆ ของคะแนน detailed seller rating (ค่าส่ง ช่วงเวลาจัดส่ง ระยะเวลาบรรจุหีบห่อ การสื่อสารและความถูกต้องของคำบรรยาย) ไม่เกิน 2% ของรายการซื้อขาย

 อัตรา defect rate จะไม่มีผลจนกว่าจะคุณจะมีรายการซื้อขายที่มีข้อบกพร่องจากผู้ซื้ออย่างน้อย 8 คนที่ไม่ซ้ำกัน ในช่วงของการประเมินรอบล่าสุด

 ในรอบการประเมินล่าสุดส่วนใหญ่แล้ว คุณจะมีอัตราของเคสที่ถูกเปิดตามนโยบายคุ้มครองผู้ซื้อ eBay Money Back Guarantee หรือ PayPal Purchase Protection และปิดลงโดยที่ผู้ขายไม่ได้แก้ไข ไม่เกิน 0.3% ซึ่งหมายความว่าผู้ซื้อเปิดเคส แต่คุณไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ผู้ซื้อจึงส่งเรื่องให้อีเบย์กับ PayPal ตรวจสอบให้และอีเบย์หรือ PayPal พบกว่าปัญหาดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของผู้ขาย

 หากฉันมีอัตรา defect rate ในระดับต่ำ จะสามารถอยู่ในอันดับต้นๆ ของการจัดอันดับ Best Match ในหน้าผลการค้นหาได้หรือไม่
โดยปกติแล้ว ยิ่งคุณมีอัตรา defect rate ที่ต่ำ ก็จะยิ่งอยู่ในอันดับสูงขึ้นในการจัดอันดับการแสดงรายการสินค้าในหน้าผลการค้นหาด้วย Best Match อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจับอื่นนอกเหนือจากอัตรา defect rate ที่ส่งผลต่ออันดับของรายการสินค้าในหน้าผลการค้นหาเมื่อจัดเรียงด้วย Best Match ตัวอย่างเช่น ความเกี่ยวข้องของรายการสินค้าคุณ กับคำที่ผู้ซื้อค้นหา และราคาของสินค้านั้น
 มีอะไรที่กระทบจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้บ้าง
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานของบริการบนอีเบย์ที่สูงขึ้น และผู้ขายบางคนจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของสถานะผู้ขายของตน ผู้ขายที่ให้บริการอย่างดีเยี่ยมอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด จะได้รับประโยชน์จากการใช้อัตรา defect rate นี้ประเมินผลการดำเนินงานของผู้ขายมากขึ้น:

 เป็นการประเมินชนิดเดียว โดยประเมินในมุมที่กว้างขึ้น คุณจึงสามารถมุ่งเน้นความสนใจและปรับปรุงบริการโดยรวมแทนที่จะเพื่อผู้ซื้อแต่ละคน

 มีโอกาสในการขายสินค้ามากขึ้น เนื่องจากการประเมินใหม่นี้จะทำให้ผู้ซื้อพึงพอใจและกลับมาเป็นลูกค้าประจำ

  แสดงให้เห็นข้อมูลเชิงลึกที่ทำให้ดำเนินการปรับปรุงได้ง่ายขึ้น

 มีการคุ้มครองเพื่อรักษาสถานะผู้ขายของคุณ

  คุณจะได้รับประโยชน์จากการที่ได้ทราบว่าสิ่งใดสำคัญต่อผู้ซื้อ ทำให้พวกเขากลับมาซื้อสินค้าซ้ำ หรือไม่ต้องการซื้ออีก


ผู้ขายส่วนใหญ่ที่ต้องปรับปรุงการดำเนินงานจะได้เห็นข้อมูลเชิงลึกที่จะทำให้สถานะผู้ขายของเขาเปลี่ยนแปลง ก่อนที่จะต้องถูกจำกัดการขาย สำหรับผู้ขายที่ปรับปรุงการดำเนินงาน อีเบย์จะมีคำแนะนำ และความช่วยเหลือให้
 ฉันจะทราบได้อย่างไร ว่าผลการดำเนินงานของฉันเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อถูกการประเมินด้วยปัจจัยใหม่นี้
ตั้งแต่ช่วงประมาณวันที่ 16 เมษายนเป็นต้นไป ใน Seller Dashboard ใหม่ของคุณจะแสดงพรีวิวของแนวโน้มผลการดำเนินงานของคุณเมื่อประเมินด้วยวิธีใหม่ ส่วนงานที่ต้องปรับปรุงโดยดูจากประวัติรายการซื้อขายจะถูกทำเครื่องหมายให้เห็นฉัน นอกจากนั้น คุณยังจะสามารถดูสถานะของตนในเชิงลึก และโอกาสในการปรับปรุงได้อย่างรวดเร็วและเข้าใจง่ายขึ้น ในวันที่ 20 สิงหาคม Dashboard จะมีการปรับปรุงอย่างเต็มรูปแบบ โดยรวมมาตรฐานใหม่เข้าไป
 ผู้ขายทุกคนสามารถเข้าใช้งาน Dashboard ใหม่ได้หรือไม่
ผู้ขายทุกคนที่เคยขายสินค้าได้อย่างน้อย 1 ชิ้น ผู้ขายจะสามารถเห็นอัตรา defect rate ใน Seller Dashboard ได้ เมื่อมีคะแนน Detail Seller Rating ตั้งแต่ 5 รายการขึ้นไป
 ฉันจะทราบได้อย่างไร หากผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำของอีเบย์
Seller Dashboard ของคุณจะแสดงการอัพเดทเป็นรายวัน โดยมีสถานะผู้ขายและคุณจะเห็นคำเตือนอย่างชัดเจนหากสถานะของคุณอยู่ในความเสี่ยงที่จะหลุดจากสถานะ Top-rated หรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำของอีเบย์ เข้าไปดูที่ Seller Dashboard ของคุณอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มีเวลาเพียงพอในการแก้ไข อีเบย์จะแจ้งคุณทางอีเมลด้วยเช่นกันหากสถานะผู้ขายของคุณเปลี่ยนไป
 จาก Seller Dashboard หากฉันทำไม่ได้ตามมาตรฐานขั้นต่อสำหรับผู้ขาย หมายความว่าฉันจะไม่สามารถลงขายสินค้าได้หรือไม่ เมื่อมีการบังคับใช้มาตรฐานใหม่แล้ว
อีเบย์จะบังคับใช้มาตรฐานใหม่เมื่อมาตรฐานนั้นถูกนำมาใช้ในรอบการประเมินวันที่ 20 สิงหาคม ในกรณีส่วนใหญ่ ผู้ขายที่ไม่สามารถทำได้ตามมาตรฐานขั้นต่ำ จะยังคงสามารถลงขายสินค้าได้ต่อไป แต่รายการสินค้านั้นจะอยู่ในระดับล่างๆของหน้าผลการค้นหา และอาจจะได้รับคำแนะนำ เคล็ดลับในการขาย หากสถานะผู้ขายอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายขึ้น อาจส่งผลอย่างอื่น เช่นจำกัดการขาย หรือไม่สามารถขายได้
 ฉันขายผ่าน Global Shipping Program บนอีเบย์อเมิริกา รายการซื้อขายที่ขายไปยังประเทศอืนจะถูกนับรวมเข้าในการคำนวณอัตรา defect rate หรือคุณสมบัติในการเป็นผู้ขายระดับ Top-rated ของฉันหรือไม่
มีเพียงการซื้อขายระหว่างคุณกับผู้ซื้อในสหรัฐเท่านั้นที่จะถูกนำมานับรวมในประเมินอัตราผลการดำเนินงานบน eBay.com
 การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลต่อปผลการดำเนินงานของฉันในระดับนานาชาติ (global performance) หรือไม่
ใช่ อัตรา defect rate ใหม่นี้ จะถูกใช้ในการคำนวณอัตราประเมินผลการดำเนินงานของคุณในระดับนานาชาติ (การประมินการขายนอกอเมริกา อังกฤษ หรือเยอรมัน) และจะถูกนำมาใช้แทนมาตรฐานจาก detailed seller rate ที่ใช้อยู่ในขณะนี้ สำหรับการขายในระดับนานาชาติ ผู้ขายจะต้องคงอัตรา defect rate ให้ไม่เกิน 2% เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำของผู้ขาย และอัตรา defect rate ไม่เกิน 5% เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการเป็น Top-rated seller ในระดับนานาชาติ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ จะมีผลในรอบการประเมินวันที่ 20 สิงหาคม หากคุณขายให้ผู้ซื้อที่อยู่นอกอเมริกา อังกฤษหรือเยอรมัน คุณจะได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานระดับนานาชาติได้ ใน Seller Dashboard ใต้สัญลักษณ์นานาชาติ (global)
 การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดนี้ ส่งผลต่อรายการขายที่เป็น Top-rated Plus บนไซต์อเมริกาคืออะไร
เพื่อให้ได้สัญลักษณ์ Top Rated Plus และรับส่วนลดค่าธรรมเนียมหลังการขาย 20 % ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 31 ธันวาคม รายการขายของคุณจะต้องมี ตัวเลือกการคืนสินค้าในเวลานานขึ้น new extended holiday return option โดยรับการคืนสินค้าจนถึงวันที่ 31 มกราคม ยกเว้นสินค้าในหมวด Bullion, Gift Cards, Tickets และ Business & Industrial ทั้งหมด
 ถ้าเป็นผู้ขายระดับ Top-rated รายการสินค้าของฉันจะแสดงอยู่ในระดับผลการค้นหาที่สูงขึ้นหรือไม่
อัตรา defect rate จะส่งผลต่อการจัดอันดับสินค้าเมื่อเรียงรายการสินค้าโดยใช้ Best Match โดยปกติแล้ว ยิ่งคุณมีอัตรา defect rate ที่ต่ำ ก็จะยิ่งอยู่ในอันดับสูงขึ้นในการจัดอันดับการแสดงรายการสินค้าในหน้าผลการค้นหาด้วย Best Match อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจับอื่นนอกเหนือจากอัตรา defect rate ที่ส่งผลต่ออันดับของรายการสินค้าในหน้าผลการค้นหาเมื่อจัดเรียงด้วย Best Match ตัวอย่างเช่น ความเกี่ยวข้องของรายการสินค้าคุณ กับคำที่ผู้ซื้อค้นหา และราคาของสินค้านั้น
 อีเบย์จะดู tracking number ของฉันอย่างไรบนไซต์อเมริกา
เมื่อคุณอัพโหลด tracking number เข้าในหน้า My eBay อีเบย์จะตรวจสอบว่าผู้ให้บริการส่งสินค้าได้สแกนข้อมูลที่ระบุว่าสินค้านั้นอยู่ระหว่างการส่ง หรือได้ถูกส่งไปแล้ว
 จะเป็นอย่างไร หากผู้ให้บริการไม่ได้สแกนพัสดุของฉัน
หากผู้ให้บริการของคุณ ไม่ได้สแกนพัสดุของคุณในขั้นตอนใดก็ตาม รายการซื้อขายนั้นจะไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในเรื่อง tracking การมีข้อมูลสแกนจะบอกให้ทราบว่าสินค้านั้นอยู่ระหว่างการขนส่งหรือถูกส่งแล้ว ก็เพียงพอที่จะตรวจสอบการติดตามสถานะ
 มีการเปลี่ยนแปลงของสิทธิประโยชน์ของการเป็น Top Rated Plus หรือไม่
สิทธิประโยชน์ของรายการสินค้าที่เป็น Top Rated Plus จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ รายการขายที่เป็น Top Rated Plus จะได้รับสัญลักษณ์ Top Rated Plus และส่วนลดค่าธรรมเนียมเมื่อขายสินค้าได้ 20 %
 หากเป็นผู้ขายระดับ Top Rated ฉันจะยังคงได้รับช่วงผ่อนปรน (Grace Period) บนไซต์อเมริกาหรือไม่ หากยอดขายของฉันไม่ถึง และไม่สามารถทำได้ตามข้อกำหนดเรื่อง tracking
ใช่ ผู้ขายระดับ Top Rated จะยังคงได้รับช่วงผ่อนปรนหากไม่สามารถขายได้ตามยอดที่กำหนด หรือไม่สามารถทำตามข้อกำหนดเรื่องการอัพโหลด tracking ชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ช่วงผ่อนปรนนี้ ยังคงมีผลบนไซต์อเมริกาเท่านั้น ไซต์อังกฤษและเยอรมันจะถอดช่วงผ่อนปรนออก ในช่วงผ่อนปรนของการเป็นผู้ขายระดับ Top-rated คุณจะยังคงได้รับสถานะ Top-rated และสิทธิประโยชน์ต่างๆ คุณจะมีเวลา 2 รอบการประเมินในการปรับปรุงยอดขาย จำนวนรายการที่ขายไปได้ และมาตรฐานการอัพโหลด tracking ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม
คุณจะได้รับช่วงผ่อนปรนเมื่อทำไม่ได้ตามมาตรฐานผู้ขายระดับ Top-rated เนื่องจากสาเหตุดังต่อไปนี้

 มีรายการซื้อขายกับผู้ซื้อในอเมริกาไม่ถึง 100 รายการ ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

  คุณมียอดขายสินค้าให้ผู้ซื้อในอเมริกาไม่ถึง 1000 เหรียญ ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา

 คุณอัพโหลด tracking number ที่ถูกต้องในช่วงเวลาที่ระบุเป็น handling time น้อยกว่า 90% (แต่ไม่ต่ำกว่า85%) ของรายการสินค้าที่ขายไปให้ผู้ซื้อในอเมริกาในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา

คุณจะได้รับช่วงผ่อนปรนเมื่อ:

 คุณได้เป็น Top-rated seller มา 3 เดือนติดต่อกัน ใน 3 เดือนล่าสุด

 คุณทำได้ตามข้อกำหนดต่อไปนี้

 มีอัตรา defect rate ไม่เกิน 2%

 มีจำนวนเคสที่เปิดและผู้ขายไม่ได้แก้ไขไม่เกิน 0.3%


หากคุณทำยอดขายได้ไม่ถึง หรืออัพโหลด tracking ไม่ได้ตามที่กำหนด หลังช่วงผ่อนปรนสิ้นสุดลง คุณจะสูญเสียสถานะการเป็นผู้ขายระดับ Top-rated และประโยชน์ต่างๆ
 ฉันต้องอัพเดทรายการสินค้าโดยขยายเวลารับคืนสินค้าช่วงเทศกาลเมื่อใดจึงจะสามารถรับสิทธิประโยชน์ของ Top Rated Plus ได้
นโยบายขยายเวลารับคืนสินค้าextended holiday return policy จะมีผลต่อรายการซื้อขายที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน จนถึง 31 ธันวาคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และส่วนลดของรายการขายที่เป็น Top Rated Plus ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว คุณจะต้องอัพเดทราการสินค้าโดยขยายช่วงเวลารับคืนสินค้าก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายน ถ้าหากคุณอัพเดทหลังจากนั้น เช่น อัพเดทในวันที่ 15 พฤศจิกายน รายการสินค้าที่ลงขายในช่วงวันที่ 1 – 15 พฤศจิกายนจะไม่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไข
 ผู้ขายที่อยู่ในระดับ Top-rated จำเป็นต้องขยายเวลารับคืนสินค้าหรือไม่
ไม่จำเป็น การขยายเวลารับคืนสินค้าเป็นข้อกำหนดเพื่อให้รายการสินค้านั้นได้รับสัญลักษณ์ Top Rated Plus และส่วนลดเท่านั้น ผู้ขายระดับ Top Rated สามารถเลือกได้ว่าต้องการขยายเวลาในรายการใด หรือไม่ต้องการขยายเวลาเลยก็ได้
 การขยายเวลารับคืนสินค้าคืออะไร
เมื่อคุณเลือกขยายเวลารับคืนสินค้าในช่วงเทศกาลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน นโยบายการคืนสินค้าสำหรับรายการสินค้านั้น จะขยายไปจนถึงวันที่ 31 มกราคมโดยอัตโนมัติสำหรับการซื้อสินค้าในรายการนั้น เป็นจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม
 ฉันสามารถขยายเวลารับคืนสินค้าในช่วงเทศกาลได้หรือไม่ ถ้าหากฉันใช้โปรแกรม eBay hassle-free returns แล้ว
ได้ โปรแกรม eBay hassle-free returns รองรับตัวเลือกการขยายเวลารับคืนสินค้าในช่วงเทศกาลจ
 ฉันสามารถเลือกขยายเวลาการรับคืนสินค้าเฉพาะในบางรายการสินค้าได้หรือไม่
ได้ คุณสามารถเลือกได้ว่ารายการใดที่สามารถขยายเวลารับคืนสินค้าในช่วงเทศกาล อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม เฉพาะการขายในรายการสินค้าที่มีการขยายเวลารับคืนสินค้าในช่วงเทศกาลเท่านั้น ที่จะได้รับสัญลักษณ์ Top Rated Plus และส่วนลด
 ผู้ซื้อจะสามารถเปิดเคสหลังเส้นตายในการรับคืนสินค้าช่วงเทศกาลในวันที่ 31 มกราคมได้หรือไม่
สำหรับรายการซื้อขายส่วนใหญ่แล้ว ผู้ซื้อจะไม่สามารถเปิดเคสหลังจากวันที่ 31 มกราคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรับคืนสินค้าในช่วงเทศกาลได้ โดยทั่วไป ผู้ซื้อจะมีเวลา 30 วันหลังจากวันที่ได้รับสินค้าหรือวันที่ประเมินว่าสินค้าจะถูกส่งถึง เพื่อที่จะเปิดเคส ผู้ซื้อสามารถเปิดเคสหลังวันที่ 31 มกราคมหากสินค้านั้น มีการสั่งซื้อในปลายเดือนธันวึมและส่งไปถึงในช่วงต้นเดือนมกราคม
  การที่ผู้ซื้อติดต่อผ่าน Resolution Center หรือ ช่องทางการสื่อสารระหว่างสมาชิก ทุกกรณีจะถือเป็นการเปิดเคสหรือไม่
ไม่ เคสที่ถูกเปิด จะนับเฉพาะเมื่อผู้ซื้อเลือกว่า:

 “I haven’t received it yet” หรือ “I received an item that does not match the seller’s description” ใน Resolution Center

 “I haven’t received my item yet” หรือ “Item I received is not as described” ตรงลิงค์ “Contact seller” ในหน้า My eBay


ผู้ซื้อไม่สามารถเลือก “item not received” ได้จนหลัง 1 วันทำการ จากวันที่โดยประมาณที่สินค้าจะส่งถึงผู้รับ
 ถ้าหากมีการเปิดเคส หรือการส่งคืนใน eBay Resolution ที่ได้รับการตัดสินว่าฉันเป็นฝ่ายถูก หรือไม่ใช่ความผิดของผู้ซื้อหรือผู้ขาย จะเป็นอย่างไรบ้าง
เคสหรือการคืนสินค้าใดก็ตามที่อีเบย์หรือ PayPal พิจารณาว่าคุณเป็นฝ่ายถูก หรือไม่ใช่ความผิดของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย จะไม่นับในการประเมินอัตราผลการดำเนินงานของคุณ จะไม่ถือเป็นข้อบกพร่องและไม่นับรวมในเปอร์เซ็นต์ของเคสที่ปิดลงโดยที่คุณไม่ได้แก้ปัญหา
 เคสในที่ถูกนับเข้าในอัตราขั้นต่ำ 0.3% ในกรณีที่เคสปิดลงโดยที่ผู้ขายไม่ได้แก้ไข
เคสจะถูกนับเข้าในการคำนวณอัตราขั้นต่ำ 0.3% ของเคสที่ไม่ได้แก้ไขเมื่อผู้ซื้อเปิดเคสในโปรแกรมคุ้มครองผู้ซื้อ eBay Money Back Guarantee หรือ PayPal Purchase Protection โดยที่คุณไม่ได้แก้ปัญหา และผู้ซื้อได้ติดต่ออีเบย์หรือ PayPal ให้ตัดสิน และ eBay หรือ PayPal ตัดสินว่าเป็นความรับผิดชอบของคุณ เคสเหล่านี้จะถูกนับในการคำนวณหาอัตราเคาที่ถูกปิดลงโดยที่ผู้ขายไม่ได้แก้ไข
 อะไรที่นับว่าเป็นกรณีการคืนสินค้าเนื่องจากสินค้านั้นไม่ตรงตามคำบรรยาย
เหตุผลเหล่านี้จะนับเข้าเป็นกรณีสินค้าไม่ตรงตามคำบรรยาย

 ชิ้นส่วนของสินค้าหายไป

 มีความเสียหายเกิดขึ้นระหว่างการส่ง

 สินค้าบกพร่อง

 สินค้าหมดอายุ


เหตุผลเหล่านี้ไม่นับเข้าในกรณีสินค้าไม่ตรงตามตำบรรยาย

 ไม่ต้องการสินค้าแล้ว

 พบสินค้าที่ราคาถูกกว่า

 ขนาดผิด หรือไม่พอดี

 อีเบย์ทราบเหตุผลในการคืนสินค้าได้อย่างไร
ขณะนี้ เราจะทราบเหตุผลที่พบเมื่อผู้ซื้อขอส่งสินค้าคืนผ่าน eBay hassle-free return ในอนาคตจะมีการอัพเดทในส่วนของการสื่อสารหลังการซื้อขายที่จะช่วยให้อีเบย์เห็นว่าเมื่อใดที่เกิดการคืนเนื่องจากสินค้านั้นไม่เป็นไปตามคำบรรยายบ้าง
 ถ้าหากฉันเลือกไม่รับคืนสินค้าและผู้ซื้อส่งเรื่องไปถึงอีเบย์ จะถูกนับเข้าในการคำนวณหาอัตราเคสทิ่ปิดลงโดยผู้ขายไม่ได้แก้ไข 0.3% นั้นหรือไม่
ถ้าหากคุณเลือกใช้ hassle-free returns และโต้แย้งการขอคืนนั้น และผู้ซื้อส่งเรื่องให้อีเบย์ เคสที่ถูกส่งนั้นจะไม่นับเข้าในการนับจำนวนเคสที่ผู้ขายไม่ได้แก้ไข ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร
หากคุณไม่ได้ใช้ hassle-free returns และปฏิเสธการคืนเงิน และผู้ซื้อเปิดเคสตามนโยบายคุ้มครองผู้ซื้อ eBay Money Back Guarantee เคสนั้นจะถูกพิจารณาเช่นเดียวกับเคสอื่นๆ หากคุณแก้ปัญหากับผู้ซื้อได้ภายในเวลาที่กำหนด จะไม่นับรวมในการคำนวณหาอัตราสูงสุด 0.3% ของ กรณีเคสที่ไม่ได้รับการแก้ปัญหา ถ้าหากคุณไม่สามารถแก้ไขได้ภายในเวลา 3 วันทำการ เคสนั้นจะถูกส่งขึ้นไปหาอีเบย์ และถูกนับว่าเป็นเคสที่ถูกปิดลงโดยลงโดยผู้ขายไม่ได้แก้ไข หากอีเบย์พิจารณาแล้วว่าปัญหานั้นเกิดขึ้นในความรับผิดชอบของผู้ขาย
 มีการคุ้มครองผู้ขายใดบ้างเพิ่มเติมจากการอัพเดทนี้บ้าง

 ตามปกติแล้ว ยิ่งคุณมีอัตรา defect rate รายการสินค้าของคุณก็จะยิ่งแสดงผลอยู่ในระดับที่สูงขึ้นในหน้าผลการค้นหา การเรียงลำดับตาม Best match จะพิจารณาอัตรา defect rate ด้วย เพื่อให้แน่ใจได้การที่คุณให้บริการอย่างดีเยี่ยมนั้น ส่งผลให้รายการสินค้าแสดงสู่สายตาผู้ซื้อมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะขายสินค้ามากขึ้น

 คะแนน Detailed Seller Rating ในส่วนค่าส่งและการสื่อสาร จะไม่ถูกนับเข้าในการประเมินผลการดำเนินงานของคุณซึ่งจะช่วยคุ้มครองไม่ให้คุณประสบปัญหาเมื่อผู้ซื้อให้คะแนน DSR ในระดับต่ำเนื่องจากค่าส่งสินค้า แม้ว่าราคานั้นแสดงให้ผู้ซื้อเห็นตั้งแต่ในขั้นตอนการซื้อแล้ว

  การคุ้มครองที่ปลอดภัยขึ้นเมื่อปัญหานั้นเกิดขึ้นจากผู้ซื้อเพียง 1 หรือ 2คน: อัตรา defect rate จะไม่ส่งผลถึงสถานะผู้ขายของคุณจนกว่าจะมีผู้ซื้อไม่ต่ำกว่า 8 คน มีปัญหา (อย่างน้อย 5 คน สำหรับผู้ขายระดับ Top-rated) ในช่วงระยะเวลาประเมิน ซึ่งหมายความว่าการกระทำของผู้ซื้อเพียง 1-2 คน จะไม่ส่งผลต่อสถานะผู้ขายของคุณ

 วัดด้วยมาตรฐานเดียว จากเดิมที่มี 4 แบบ เราจะใช้วัดอัตรา defect rate เท่านั้น และจะนำมาแทนการวัดจาก 4 ปัจจัยในคะแนน DSR และเพียงครึ่ง % สำหรับการเป็นผู้ขายระดับ Top-rated ซึ่งหมายความว่าคุณจะสามารถติดตามผลการดำเนินงานและลดความเสี่ยงที่บัญชีผู้ขายจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เดียวลง

 นับแต่ละรายการซื้อขายเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ในการคำนวณอัตรา defect rate ไม่ว่าจะมีข้อบกพร่องกี่ข้อก็ตาม ตัวอย่างเช่น ผู้ซื้อให้คะแนน 3 ดาวในหมวด item as described และเปิดเคสเพื่อขอคืนเงิน จะนับข้อบกพร่องในรายการขายนั้นเพียง 1 ซึ่งทำให้คุณสามารถมุ่งเน้นไปพัฒนาธุรกิจโดยรวม มากกว่ามุ่งเน้นไปที่การร้องเรียนของผู้ขายเพียงคนเดียว

 ไม่นับเคสที่ปิดลงโดยผู้ขายเป็นฝ่ายถูก เคสที่ถูกส่งให้อีเบย์หรือ PayPal ตรวจสอบและเราพิจารณาว่าไม่ได้เกิดจากความผิดของผู้ขาย หรือไม่ได้เกิดจากทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย จะไม่นับในการวัดผลการดำเนินงานของคุณ โดยจะไม่ถูกคำนวณในอัตรา defect rate และจะไม่ถูกรับเป็นเคสที่ปิดลงโดยที่ผู้ขายไม่ได้แก้ไข

 บนไซต์อเมริกา การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อการคุ้มครองต่างๆ เช่นการลบคะแนน feedback หรือการได้คะแนน 5 ดาวโดยอัตโนมัติในการให้คะแนน DSR หรือไม่
คุณยังคงได้รับการคุ้มครองตามเดิมที่เคยได้

 ผู้ซื้อไม่สามารถเปิดเคสขอคืนเงิน eBay Money Back Guarantee ได้จนกว่าจะผ่าน 1 วันหลังวันโดยประมาณที่สินค้าจะถูกส่งถึงผู้รับ

 ยังคงได้คะแนน 5 ดาวโดยอัตโนมัติในบางหมวดหมู่ตามเงื่อนไขเดิม

 ปรับรูปแบบ

 

 

หากคุณขายได้ 100-399 รายการ (transaction) ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา และผู้ซื้อคนหนึ่งเปิดเคสตามนโยบายคุ้มครองผู้ซื้อ Money Back Guarantee และ PayPal Purchase Protection เกิน 80% ของเคสทั้งหมด เราจะนับเพียง 1 เคสจากผู้ขายคนนั้น ในการคำนวณหาอัตราเคสที่ถูกปิดลงโดยที่ผู้ขายไม่ได้แก้ไข ซึ่งต้องไม่เกิน 0.3 % ของรายการซื้อขายทั้งหมด

 

 

 

หากคุณขายได้ตั้งแต่ 400 รายการ (transaction)ขึ้นไปในรอบ 12 เดืนอที่ผ่านมา และผู้ซื้อ 1-2 คนเปิดเคสตามนโยบายคุ้มครองผู้ซื้อ Money Back Guarantee และ PayPal Purchase Protection เกิน 80% ของเคสทั้งหมด เราจะนับเพียงเคสเดียวจากผู้ขายแต่ละคนเหล่านั้น ในการคำนวณหาอัตราเคสที่ถูกปิดลงโดยที่ผู้ขายไม่ได้แก้ไข ซึ่งต้องไม่เกิน 0.3 % ของรายการซื้อขายทั้งหมด

 

 คุณยังสามารถยื่นเรื่องขอลบคะแนน feedback ได้ตามนโยบาย การขอลบ feedback(Feedback Removal policy)

 ขายระดับ Top-rated ยังคงได้รับ ช่วงผ่อนปรน เพื่อรักษาผลประโยชน์จากสถานะผู้ขาย เมื่อยอดขายตกลงต่ำกว่าที่กำหนด ตราบใดที่ยังคงรักษามาตรฐานการบริการไว้ได้

 ปรับปรุง Seller Dashboard ใหม่

มีผลบนไซต์: US/UK/DE และไซต์ทั่วโลก

เราได้รับคำแนะนำจากผู้ขายและเข้าใจดีว่าผู้ขายต้องการตัวเลือกที่ดีขึ้นกว่าเดิมในการติดตามผลการดำเนินงานของตน ดังนั้น เราจึงได้ปรับปรุง Seller Dashboard ใหม่ เพื่อให้คุณสามารถพัฒนาธุรกิจและให้บริการผู้ซื้อได้ดียิ่งขึ้น

ผู้ขายที่เข้าไปดูผลการดำเนินงานที่หน้า Seller Dashboard ตามปกติอยู่แล้ว จะสามารถเข้าใจผลการดำเนินงานและส่วนงานที่ต้องปรับปรุงได้ดีขึ้น

ไม่นานมานี้ เราได้ปรับหน้าตาของ Seller Dashboard ให้ดูง่ายขึ้นด้วย

ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายนเป็นต้นไป คุณจะได้เห็น Seller Dashboard ใหม่ ซึ่งจะทำให้คุณสามารถประเมินธุรกิจของคุณ ให้เป็นไปตามมาตรฐานของอีเบย์และคำแนะนำเพื่อให้สามารถบรรลุตามมาตรฐานนั้น Seller Dashboard ใหม่นี้ จะเปิดให้ใช้ได้เต็มรูปแบบในวันที่ 20 สิงหาคม

 สิ่งที่คุณต้องดำเนินการ
  • ขณะนี้:

    เข้าไปที่ Seller Dashboard เพื่อทำความคุ้นเคยกับรูปโฉมใหม่

  • ตั้งแต่ 16 เม.ย.

    ใช้ Seller Dashboard เพื่อตรวจสอบการดำเนินงานของคุณให้เป็นไปตามมาตรฐานของอีเบย์ ระบุส่วนงานที่คุณจำเป็นต้องใส่ใจปรับปรุง และรับคำแนะนำว่าจะปรับให้เป็นไปตามมาตรฐานของอีเบย์ได้อย่างไร ก่อนที่จะมีผลต่อบัญชีผู้ขาย

  • ตั้งแต่ 20 กค.

    ผู้ขายจะสามารถดู Seller Dashboard ใหม่นี้ได้ในแท็บระดับสถานะผู้ขาย (Projected Seller Level Tab) ตามผลการประเมินเป็นรายวัน

  • 20 สค.

    Seller Dashboard ใหม่จะเปิดให้ใช้เต็มรูปแบบ ดังนั้น คุณจะสามารถใช้ประโยชน์จากทุกคุณสมบัติได้อย่างเต็มที่

 Seller Dashboard ใหม่

การติดตามและทำความเข้าใจกับผลการดำเนินงานของคุณเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จทางธุรกิจ Seller Dashboard เป็นช่องทางหนึ่งที่จะช่วยให้คุณปรับปรุงผลการดำเนินงานให้ได้ดี และทำตามความคาดหวังของผู้ซื้อได้ดียิ่งขึ้น

คุณสามารถเข้าไปที่ Seller Dashboard ได้จากหน้า My eBay โดยเลือกแท็บ ‘Account’

เมื่อไม่นานมานี้ เราได้ปรับรูปโฉมของ Seller Dashboard ใหม่ ขณะนี้คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีประโยชน์ในระดับที่สูงมากขึ้นกว่าเคย และยังสามารถแนะนำได้ว่าคุณจะปรับปรุงการดำเนินงาน และให้บริการลูกค้าอย่างดีเยี่ยมได้อย่างไร เพื่อให้คุณสามารถเพิ่มยอดขายได้ คุณจะเห็นผลการดำเนินงานและสถานะของคุณได้สะดวกขึ้น และได้รับการแจ้งเตือนเมื่อมีปัญหาที่คุณต้องใส่ใจโดยด่วน

ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. เป็นต้นไป คุณจะสามารถเห็นตัวอย่างใน Seller Dashboard ที่จะบอกรายละเอียดการวัดผลธุรกิจของคุณตามมาตรฐานผู้ขายของอีเบย์ที่ปรับปรุงใหม่ด้วย

ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม เราจะเปิดใช้ Seller Dashboard ที่ปรับปรุงใหม่อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ของอีเบย์ด้วย

ประโยชน์จากการปรับปรุง Seller Dashboard

1ดูสถานะในปัจจุบันของคุณ และคาดการณ์แนวโน้มของสถานะนั้น ได้อย่างง่ายดาย จากนั้น คุณสามารถดูในรายละเอียดได้ว่า คุณจะต้องปรับปรุงธุรกิจในส่วนใด เช่น คุณภาพของสินค้า และขั้นตอนการส่ง

2ดูตัวอย่างมาตรฐานใหม่ เพื่อดูว่าธุรกิจคุณมีผลการดำเนินการอย่างไรบ้าง ในแบบเจาะลึกไปที่บางส่วนของธุรกิจที่อาจยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานใหม่ ซึ่งจะมีผลในเดือนกรกฏาคม

3รับการแจ้งเตือนส่วนที่คุณต้องเร่งปรับปรุง จากการส่วนการแจ้งเตือน ที่ด้านบนของ Dashboard เราจะบอกให้คุณทราบว่าผลการดำเนินงานของคุณเป็นอย่างไร และมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียสถานะของผู้ขายหรือตกลงต่ำกว่ามาตรฐานหรือไม่

4ประโยชน์จากคำแนะนำเพื่อธุรกิจ มีเคล็ดลับและแนะนำสิ่งที่คุณต้องปรับปรุงเพื่อรักษาสถานะผู้ขายและทำให้คุณสามารถดำเนินธุรกิจไปได้อย่างราบรื่น

5ทำความเข้าใจกับผลการดำเนินงานในระดับนานาชาติ (Global Performance) จากส่วนบนของ Dashboard ใหม่ คุณจะได้เห็นผลการดำเนินงานของคุณในเว็บไซต์นานาชาติที่คุณลงขายอยู่

6เห็นอัตราจุดด้อย เช่นเปอร์เซ็นต์ของการซื้อขายที่ได้รับคะแนนในระดับต่ำ ในส่วนของคำบรรยาย หรือเวลาส่งสินค้าออก เคสที่ถูกเปิดและการซื้อขายที่ถูกยกเลิก

7แสดงรายงานในระดับรายการซื้อขาย (transaction) อย่างละเอียด เพื่อให้สามารถระบุโอกาสที่คุณจะสามารถปรับปรุงธุรกิจได้

 Frequently asked questions
 ฉันจะสามารถเข้าไปที่ Seller Dashboard ได้อย่างไร
คุณสามารถเข้าไปที่ Seller Dashboard ได้จากหน้า My eBay โดยเลือกแท็บ ‘Account’
 ฉันไม่เคยใช้ Seller Dashboard มาก่อนเลย ฉันต้องเริ่มอย่างไร
Seller Dashboard เป็นช่องทางที่ดีที่สุดในการติดตามผลการดำเนินงานของคุณ และจะยิ่งสำคัญมากขึ้น เมื่อเราเริ่มใช้การวัดผลการดำเนินงานของผู้ขายใหม่ในเดือนกรกฎาคม
 ฉันจะสามารถเห็นผลการดำเนินงานบนเว็บไซต์อีเบย์ประเทศอื่นที่ฉันลงขายได้หรือไม่
ได้ หากคุณขายไปยังต่างประเทศ คุณจะสามารถเห็นสถานะผู้ขายบนเว็บไซต์ต่างประเทศเหล่านั้น ได้จากคะแนนผลการดำเนินงานระดับนานาชาติ เพียงคลิกที่รูปธงชาติที่ส่วนบนของ Seller Dashboard จากนั้นเลือกโปรแกรมที่ต้องการจากเมนูดร็อปดาวน์
 การเปลี่ยนแปลงในเดือนเมษายน และในเดือนกรกฎาคมต่างกันอย่างไร
ตั้งแต่ 15 เมษายน คุณจะสามารถเห็นตัวอย่าง Seller Dashboard ใหม่ได้ โดยที่คุณยังสามารถเห็น Seller Dashboard แบบเก่าด้วยเช่นกัน ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฏาคม คุณจะเห็นผลการดำเนินงานแบบใหม่ ในส่วนแท็บสถานะผู้ขาย (Projected Seller Level) เท่านั้น
 ฉันจะดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Seller Dashboard ใหม่ และวิธีใช้ได้ที่ไหน
คุณสามารถเข้าไปดูส่วนคำแนะนำในการใช้ Seller Dashboard ได้ จากด้านมุมขวาบนของ Seller Dashboard ของคุณ
 Seller Dashboard จะอัพเดทรายวัน โดยแสดงผลถึงรายการซื้อขายล่าสุดของคุณ
คุณจะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงของสถานะ ที่เกิดจากการซื้อขายในวันนี้ โดยจะมีผลให้เห็นในวันถัดไป